ชุดทดสอบบอแรกซ์ (ผงกรอบ) ในอาหาร
การดูแลคุณภาพอาหารด้วยตนเอง
การ บริโภคอาหารที่มีสารบอแรกซ์เจือปนจะทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขจึงห้ามนำสารบอแรกซ์มาเจือปนในอาหาร แต่ปัจจุบันยังตรวจพบสารบอแรกซ์ในอาหารหลายชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้พัฒนาชุดสอยบอแรกซ์ในอาหารขึ้น เพื่อให้สามารถนำไปตรวจสอบสารบอแรกซ์ในอาหารนอกห้องปฏิบัติการได้ ทราบผลได้รวดเร็ว และมีความแม่นยำสูง
ผลกระทบต่อสุขภาพ
เป็นพิษต่อไต ทำให้เกิดไตวายได้
สะสมในสมอง
ทำให้เดินอาหารเกิดการระคายเคือง
ถ้าเป็นผู้ใหญ่ ได้รับสารบอแรกซ์ 15 กรัม หรือเด็กได้รับ 5 กรัม จะทำให้อาเจียนเป็นเลือด และอาจตายได้
กฎหมายกำหนด
ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 151 (พ.ศ. 2536) กำหนดให้บอแรกซ์เป็นสารที่ห้ามใช้ในอาหาร ผู้ฝ่าฝืนมีโทษให้ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
พระราชบัญญัติตุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2544 กำหนดบอแรกซ์เป็นสินค้าควบคุมฉลากต้องมีข้อความ
“บอแรกซ์อันตราย อาจทำให้ไตวาย ห้ามใช้ในอาหาร” ถ้าไม่มีฉลากหรือมีฉลากหรือมีฉลากแต่การแสดงฉลากไม่ถูกต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท ถ้าเป็นการกระทำของผู้ผลิตหรือผู้สั่งหรือนำเข้าต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 เสนบาท
ตัวอย่างเป้าหมาย
เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ (หมูบด ปลาบด ทอดมัน ลูกชิ้น หมูสด ไส้กรอก ฯลฯ)
ผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้แห้ง
ขนมหวานที่ทำจากแป้ง (ทับทิมกรอบ ลอดช่อง วุ้น ซาหริ่ม ฯลฯ)
บะหมี่ , แผ่นเกี๊ยว
ประโยชน์ของชุดทดสอบ
ใช้ตรวจสอบบอแรกซ์ในอาหารและสารเคมีที่ใช้ผสมอาหาร ซึ่งจะทราบผลได้ทันที เพื่อเป็นแนวทางเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาหาร
|