ชุดทดสอบยาปฏิชีวนะและสารต้านจุลชีพตกค้างในเนื้อสัตว์
การดูแลคุณภาพอาหารด้วยตนเอง
การให้ยาเพื่อควบคุมและรักษาโรคในสัตว์เศรษฐกิจได้แก่ ไก่ หมู วัว ควาย กุ้ง และปลา เป็นต้นอาหารเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้บริโภคในการเจริญเติบโต และเนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกสินค้าอาหาร โดยเฉพาะกุ้ง และไก่ โดยแต่ละปีสินค้าอาหารเหล่านี้ นำรายได้เข้าประเทศเป็นจนวนมาก แต่มักพบว่ามีปัญหาในเรื่องยาตกค้างในอาหารดังกล่าว ทั้งที่จำหน่ายในประเทศและส่งออก ส่งผลกับเศรษฐกิจของประเทเป็นอย่างมาก เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวในระดับหนึ่ง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้ศึกษาและพัฒนาชุดทดสอบยาตกค้างในนมและ ผลิตภัณฑ์นมเพื่อนำมาตรวจสอบยาตกค้างในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ทั้งนี้ผู้ผลิตสามารถนำไปตรวจสอบได้เองไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษและ ประสิทธิผลในการตรวจสอบดีเป็นที่น่าเชื่อถือได้
ผลกระทบต่อสุขภาพ
การบริโภคเนื้อและเครื่องในสัตว์ที่มียาตกค้างเป็นประจำ ก่อให้เกิดการดื้อยาและการแพ้ยาในผู้บริโภค
กฎหมายกำหนด
มาตรฐานในประเทศตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่303 (พ.ศ.2550)เรื่องอาหารที่มียาสัตว์ตกค้าง
ตัวอ่างเป้าหมาย
เนื้อสัตว์
ไก่ หมู วัง ควาย
กุ้ง ปลา
ฯลฯ
เครื่องในของไก่ หมู และวัว เป็นต้น
การปฏิบัติเมื่อทดสอบเสร็จ
เทน้ำยาฆ่าเชื้อลงในหลอดทดสอบให้ท่วมอาหารเลี้ยงเชื้อ ทิ้งไว้ 30 นาที หรือ ต้มหลอดทดสอบที่เปิดฝาในน้ำเดือดนาน 15 นาที แล้วทิ้งหลอด
ข้อควรระวัง
หลอด ทดสอบนี้มีแบคทีเรียเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นในการตรวจสอบควรระมัดระวังไม่ให้อาหารเลี้ยงเชื้อในหลอดทดสอบสัมผัส มือ ถ้ามีการปนเปื้อนให้ใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อชุบสำลีทำความสะอาดโดย เร็ว
การเก็บรักษา / อายุการใช้งาน
เก็บหลอดทดสอบที่อุณหภูมิแช่เย็นประมาณ 4-8 c. นาน 3 เดือน
นำยาสกัดที่เปิดใช้แล้วให้เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 4-8 c.
ดูวันหมดอายุที่กล่องบรรจุ
เก็บตัวอย่างควบคุมที่ให้ผลลบที่อุณหภูมิแช่แข็ง (-20 c.) ประมาณ 6 เดือน
แนวทางแก้ปัญหาเมื่อตรวจพบยาปฏิชีวนะและสารต้านจุลชีพในสัตว์
แจ้ง ให้ผู้ส่งตัวหรือผู้ประกอบการทราบเพื่อระมัดระวังในการใช้ยา พร้อมทั้งให้ความรู้ผู้ประกอบการ ควรให้มีระยะหยุดยาที่เหมาะสมก่อนส่งโรงฆ่า
ให้ข้อมูลการตรวจพบยาตกค้างในสัตว์แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการในการควบคุมความไม่ปลอดภัยในการบริโภคเนื้อสัตว์
|